โปรไฟล์

โปรไฟล์

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เลียวเนล เมสซี

เลียวเนล อันเดรส "เลโอ" เมสซี กูซีตีนี (สเปนLionel Andrés "Leo" Messi Cuccitini[5] เสียงอ่าน: [ljoˈnel anˈdɾes ˈmesi]) เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1987 เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นอยู่ในสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาและฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา ในตำแหน่งกองหน้าหรือปีก เขายังถือสัญชาติสเปนอีกด้วย ซึ่งทำให้เขาถือว่าเป็นนักฟุตบอลยุโรป เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในรุ่นของเขา[6][7][8] และมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้เล่นร่วมสมัยที่ดีที่สุดในโลก[9]
เมสซีได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปีเมื่อเขาอายุ 21 ปี และได้รับรางวัลในปี ค.ศ. 2009 (นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี ค.ศ. 2009)[9][10][11][12] และได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ค.ศ. 2010[13] ,2011 และ 2012 สไตล์การเล่นของเขาและความสามารถ มักถูกเปรียบเทียบเสมอเดียโก มาราโดนา ซึ่งพูดถึงเมสซีว่าเป็นผู้สืบทอดจากเขา[14][15]
เมสซีเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยและบาร์เซโลนาก็ค้นพบแนวโน้มที่ดีของเขาอย่างรวดเร็ว เขาออกจากทีมเยาวชนสโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์ เมืองโรซารีโอ เมื่อปี ค.ศ. 2000 และย้ายพร้อมครอบครัวไปอยู่ยุโรป โดยบาร์เซโลนาเสนอในการรักษาภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตให้กับเมสซี เขาเปิดตัวครั้งแรกในฤดูกาล 2004–05 โดยทำลายสถิติทีม โดยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลีก เกียรติประวัติในฤดูกาลแรกของเขาคือชนะการแข่งขันในลาลีกา และชนะครั้งที่ 2 ในลีก รวมถึงในแชมเปียนส์ลีก ในปี ค.ศ. 2006 ฤดูกาลแจ้งเกิดของเขาคือฤดูกาล 2006–07 เขาเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่เต็มตัว โดยทำแฮตทริกในเอลกลาซีโก จบฤดูกาลยิงประตู 14 ประตู ใน 26 เกมในลีก จากนั้นเมสซีก็ประสบความสำเร็จที่สุดในอาชีพของเขาในฤดูกาล 2008–09 ยิงประตู 38 ประตู เป็นส่วนสำคัญของทีมในการชนะ 3 รายการในฤดูกาลเดียว แต่แล้วสถิตินี้ก็ถูกบดบังไปในฤดูกาลถัดมา ฤดูกาล 2009–10 ที่เมสซียิงประตูไป 47 ประตูในทุกการแข่งขัน เทียบเท่าสถิติของโรนัลโดที่เคยทำให้กับบาร์เซโลนา แต่เขาก็ทำลายสถิตินี้ในฤดูกาล 2010–11 กับประตู 53 ประตูในทุกการแข่งขัน แต่สถิติการยิงประตูสูงสุดของเมสซี่เกิดขึ้นในฤดูกาลถัดมา คือฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเขายิงประตูรวมในทุกการแข่งขันได้ถึง 82 ประตู [16] และในปี 2012 นี้ เมสซี่ยังสามารถทำลายสถิติยิงมากที่สุดใน 1 ปีปฏิทินของเกิร์ด มึลเลอร์ ซึ่งทำไว้ที่ 85 ประตูใน 1 ปีตั้งแต่ปี 1972 โดยเมสซี่ได้ทำสถิติใหม่ไว้สูงถึง 91 ประตู ใน 1 ปี ปฏิทินเลยทีเดียว [17]
เมสซีเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ชนะเลิศในลาลีกา 7 ครั้ง แชมเปียนส์ลีก 4 ครั้ง โดยยิงประตูได้ 2 ประตูในนัดตัดสิน ในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทั้งในปี ค.ศ. 2009 และ 2011 โดยเป็น Man of the match ในปี 2011 ด้วย อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญกับทุกประตูในนัดชิงชนะเลิศปี 2015 กับยูเวนตุส เขาไม่ได้ลงสนามในนัดที่บาร์เซโลนาชนะอาร์เซนอลในปี ค.ศ. 2006 เนื่องจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็ได้รับเหรียญทองในฐานะผู้ชนะในการแข่งขัน
หลังจากยิง 12 ประตูในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2010–11 ทำให้เมสซีเป็นนักฟุตบอลที่ยิงประตูได้สูงสุดใน 1 ฤดูกาลเทียบเท่า รืด ฟัน นิสเติลโรย และยิงประตูรวมสูงสุดในแชมเปี้ยส์ลีกอันดับ 3 รองจากเกิร์ด มึลเลอร์และฌ็อง-ปีแยร์ ปาแป็ง เมสซี่ทำลายสถิติยิงสูงสุดใน 1 ฤดูกาลขึ้นครองสถิติคนเดียวในฤดูกาลถัดมา คือ 2011-12 ด้วยจำนวนประตู 14 ประตูใน 1 ฤดูกาล และนั่นทำให้เมสซีเป็นคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้ทำประตูสูงสุดในแชมเปียนส์ลีก 4 ปีติดต่อกัน หลังจากที่แชมเปียนส์ลีกเปลี่ยนระบบการแข่งขันในปี ค.ศ. 1992[18] ในฤดูกาล 2014-15 เมสซี่สามารถทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดในแชมเปี้ยนส์ลีกของราอุล กอนซาเลซ ที่ทำไว้ 71 ประตูลงได้ และครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของแชมเปี้ยส์ลีกร่วมกับคริสเตียโน โรนัลโด้หลังจบฤดูกาล 2014-15 ที่ 77 ประตู [19]
เมสซีนำทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดเยาวชน U20 ชนะเลิศถ้วยฟุตบอลเยาวชนโลก หรือการแข่งขันยูทแชมเปียนชิป ปี 2005 โดยเป็นผู้ทำประตูสูงสุด กับ 6 ประตู รวมถึง 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศ และได้รับรางวัลโกลเด้นบอลหรือผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นท์ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เป็นส่วนหนึ่งในทีมชุดใหญ่ฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา และในปี ค.ศ. 2006 เขาเป็นนักฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินาที่อายุน้อยที่สุดที่เล่นในฟุตบอลโลก และได้ตำแหน่งรองชนะเลิศไปในโคปาอเมริกาในปี ถัดมา และในปี ค.ศ. 2008 ที่ปักกิ่งเขาได้รับเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ในนามของฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา ในปี 2014 เมสซี่นำทีมชาติอาร์เจนตินาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกกับทีมชาติเยอรมัน แต่แพ้ไป 1 ประตูต่อ 0 ในช่วงต่อเวลาอย่างน่าเสียดาย ได้เพียงแค่ตำแหน่งรองชนะเลิศ และในปี 2015 เขาก็พาทีมชาติอาร์เจนตินาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศโคปาอเมริกา กับทีมชาติชิลี แต่เสมอกันทั้งในเวลาและช่วงต่อเวลา และที่สุดก็ต้องแพ้ดวลจุดโทษไปอย่างน่าเสียดายอีกเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 รายการหลังนี้เมสซี่ได้รับรางวัลโกลเด้นบอลและผู้เล่นทรงคุณค่าของทัวร์นาเม้นท์ด้วย

รถฟอร์ดมัสแตง GT ปี 1969

รถคลาสสิค ฟอร์ดมัสแตง 1969 (Ford Mustang)



รถสีแดงหน้าตาคลาสสิคคันนี้คนขายบอกว่าเป็น Ford Mustang GT Fastback รุ่นปี 1969 มากับเครื่องเบนซิน 3.2 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ
จริงเหรอ?
แล้วฟอร์ดมัสแตงปี 1969 หน้าตามันเป็นยังไง

Ford Mustang 1969

ในรถรุ่นปีใกล้เคียงกันนี้ ตั้งแต่รุ่นแรกคือปี 1964 ไปจนถึง 1970 มีหน้าตาต่างกันเล็กน้อย แต่หน้าตารถรุ่นปี 1969 มีลักษณะเด่นไม่เหมือนรุ่นคือ มันมีไฟหน้าสี่ดวงแต่สองดวง (คู่ใน) อยู่ในขอบกระจังหน้า และอีกสองดวง (คู่นอก) อยู่นอกขอบกระจังหน้า ซึ่งมันก็คือหน้ารถแบบที่เห็นในรูปรถคันนี้แหละ มีรุ่นเดียวคือรุ่นปี 1969 ถ้าไม่ได้รื้อหน้ารถทั้งแผงก็น่าจะถูกปีแล้ว
แถมอีกนิดถ้ายังไม่มั่นใจ รุ่น 1969 เค้าเปลี่ยนโลโก้จากม้าในกรอบใหญ่ๆกลางกระจังหน้า มาเป็นโลโก้ม้าตัวเล็กเอียงไปทางด้านที่นั่งคนขับแบบในรูปนี้แหละ (ขับด้านซ้าย) แบบที่เห็นในภาพนี้เลย
สงสัยอะ แล้วรุ่นหลัง 1970 ทำไมไม่พูดถึงล่ะ

มัสแตง 1971

ก็เพราะรุ่นตั้งแต่ปี 1971 หน้าตารถมัสแตงเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมาก มีลักษณะออกเหลี่ยมๆมุมๆ และไม่มีส่วนโค้งเว้าซับซ้อนเหมือนรุ่นก่อนหน้า
ตกลง น่าจะใช่รุ่นปี 1969
แล้ว GT Fastback ล่ะ
เอา Fastback ก่อนดีมั้ย

รถ Fastback

รถแบบนี้ชื่อมันก็บอกว่าเกี่ยวกับหลังรถนะ คือส่วนแนวหลังคาหลังรถมันจะโค้งลงมาต่อเนื่องไปจนถึงขอบท้ายรถ ไม่มีเป็นสันกระโปรงท้ายแบบในรูปนี้
อ้าว .. ตกลงไม่ใช่ Fastback แล้วมันเป็นอะไรอะ มันก็เป็นรถรุ่นที่ฟอร์ดเค้าเรียกว่า Hardtop คือหลังขาแข็งธรรมดา ไม่ใช่เปิดประทุน (Convertible) แล้วก็ไม่หลังลาด (Fastback)
GT ล่ะ

รถฟอร์ดมัสแตง GT ปี 1969

ลักษณะเด่นคือหน้ารถเปลี่ยนไปจากรุ่นธรรมดา (อ้าว เริ่มละ) กระจังหน้าจะคลุมเต็มหน้ารถ แล้วไฟหน้าจะมาอยู่ในขอบกระจังหน้าเท่านั้น และมีคู่เดียว (หน้ารถแบบเดียวกัยรุ่นปี 1970) และมีตัวรถสองแบบเท่านั้น คือหลังลาด (Fastback) และเปิดประทุน
สรุปไม่ใช่ GT แน่นอนจ้า
อ้าว แต่มันก็น่าจะใช่นะ เห็นมีสติ๊กเกอร์แปะอยู่เบ้อเร่อเลย
รถ GT ของแท้ก็มีสติ๊กเกอร์ แต่มันจะเป็นแถบใหญ่กลางแนวด้านข้างรถตั้งแต่หัวถึงท้าย (ไม่ได้มาแอบอยู่แค่แถวประตูข้างแบบคันนี้นะ)
แล้วรถ GT เครื่องยนต์เป็น V8 นะ
แล้วคันนี้ล่ะเครื่องอะไร
คนขายบอก 3.2 ลิตร แต่สเปครถที่ผลิตจะมีรุ่นเล็กสุดคือเครื่อง 3.3 ลิตร 6 สูบตั้ง

เดิมทั้งคันจริงเหรอ

ล้อแน่นอนที่ไม่เดิม รถมัสแตง 1969 ใช้ล้อ 5 แฉก เส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่าในรูปนี้เยอะ ยางจะมีขอบหนากว่านี้อย่างเห็นได้ชัด (ยาง Goodyear Polyglas)
มีอีกมั้ย
ครอบกระจกส่องข้างรถรุ่นนี้จะมีรูปทรงสีเหลี่ยม คันนี้ไม่ใช่นะ
ตอนนี้เค้าตั้งราคาเลขสวยตามรุ่นปีรถเลย 699,000 บาท

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

เพื่อน

เพื่อน

คือ คนแรกที่ทำให้เรารู้จักผู้อื่น
เพื่อน..คือคนแปลกหน้าคนแรก…ที่ทำให้เรารู้จักความรัก
 
นอกเหนือจากคนในครอบครัว..ที่เรารักกันมาตั้งแต่เกิด
 
เพื่อน..โผล่หัวมาตอนโต…เป็นใครไม่รู้..แล้วจู่ๆ
 
วันหนึ่งเราก็รักมันได้
 
ฉันมองความรักเพื่อน..เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง
 
แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้ด้วยนะ..เพื่อน..จะรักกันแบบพอดีๆ
 
ไม่หวง..ไม่หึง.ไม่ต้องการอะไรตอบแทน..เรารักกันสบายๆ
 
มีปัญหาปรึกษากัน.มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน..
 
มีอะไรไม่สบายใจปรับทุกข์กัน

แต่ในขณะเดียวกันต่างคนต่างก็มีโลกเป็นของตัวเอง

เธอมีแฟนฉันไม่ว่า..เธอสนุกของเธอไป..
เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน
ไม่ต้องมาเจอกัน…ก็ยังห่วงกัน..ยังคิดถึงกัน
 
ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ
ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว..เชื่อเถอะว่า..
ไม่ว่าเราจะห่างกันอย่างไร..
 
เราจะคิดถึงกัน

และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน..
เพราะเธอไปมีเพื่อนใหม่..
ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่..ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้…
มันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
คนบางคนบอกว่า..คุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง..
แต่คุยกับแฟน..กับพ่อแม่ได้บางเรื่อง
นี่แหละ..ที่มันเป็นความรักที่ประหลาด…แต่งดงาม
มันมีความเข้าใจ.. ไว้ใจ ..เชื่อใจ..ในจุดสมดุล

ตัวเราก็ยังมีค่าที่สุดเสมอ


ตัวเราก็ยังมีค่าที่สุดเสมอ

อาจารย์คนนึง เริ่มการสนทนาในชั้นเรียนด้วยการควักธนบัตรใบละ 1,000 บาท ..
ออกมาให้นักศึกษาดู แล้วถามว่า “มีใครอยากได้บ้างไหม” ทุกคนรีบยกมือ \(^o^”)a
อาจารย์ขยำธนบัตรนั้น “จบยับยู้ยี่” .. แล้วถามอีกครั้งว่า “มีใครยังอยากได้ธนบัตรใบนี้อีกหรือไม่”
.. ทุกคนยังยกมือขึ้นเหมือนเดิม .. \(^_^)/
… อาจารย์ถามต่ออีกว่า “ถ้าสมมุติว่า ธนบัตรใบนี้ถูกทิ้งอยู่บนพื้น แล้วมีคนมาเหยียบย่ำจนสกปรก
ยังจะมีใครอยากได้อีกหรือไม่” .. นักศึกษาทุกคน ก็ตอบว่ายังอยากได้ …..อาจารย์จึงกล่าวสรุปว่า ..
“นั้นคือสิ่งมีค่า” ที่พวกเธอได้เรียนรู้ในวันนี้! .. ไม่ว่าจะเธอจะทำอะไรกับธนบัตรใบนี้ มันก็ยังคงจะมีราคา 1,000 บาท
อยู่เสมอ .. ชีวิตคนเราก็เช่นเดียวกัน
บางครั้ง เราอาจจะถูกทอดทิ้ง ถูกใครต่อใคร ซ้ำเติม, เหยีบย่ำ, ถูกขยี้, ยับเยิน, ..
เพราะความผิดพลาดในการก้าวเดินของชีวิต จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าตนเอง “ไร้ค่า”
แต่ รู้มั้ย?.. ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็ยังมี “คุณค่าของความเป็นคน” ..
ไม่ว่าเธอจะสะอาดเอี่ยม หรือว่า ยับยู้ยี่ .. “ตัวเราก็ยังมีค่าที่สุดเสมอ” จำไว้ ^^